แบบทดสอบ ความไว้ใจ

แบบทดสอบความไว้ใจ: เธอไว้ใจคนง่ายหรือมีกำแพงสูงกันแน่

เพื่อนอ่านแชตแล้วไม่ตอบ แฟนล็อกมือถือเพิ่มอีกชั้น หัวหน้าชมงานแบบไม่มีสาเหตุ เธอคิดว่ามันปกติ หรือหัวเริ่มคิดไปไกลแล้ว แบบทดสอบความไว้ใจชุดนี้พาเธอไปเจอ 10 สถานการณ์ที่คนไทยเจอกันทุกวัน แล้วบอกว่าเธอเป็นคนที่ยกประโยชน์ให้คนอื่นก่อน หรือเป็นคนที่ต้องให้พิสูจน์กันก่อนทุกเรื่อง

ทำเสร็จภายใน 2 นาที ผลออกเป็นหนึ่งในสามแบบ คือ ใจเปิดกว้าง ระวังตัวแต่แฟร์ หรือป้อมปราการเหล็ก พร้อมข้อความสั้นๆ ที่อธิบายว่าแบบของเธอมีข้อดีตรงไหน และต้องระวังอะไร ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด ไม่ต้องล็อกอิน และไม่มีใครเห็นคำตอบของเธอนอกจากตัวเธอเอง

คนส่วนใหญ่ที่มาทำแบบทดสอบนี้มักเพิ่งผ่านเรื่องที่ทำให้ใจไม่สงบ เช่น ถูกนอกใจ โดนเพื่อนเอาความลับไปเล่า หรือเพิ่งเริ่มคุยกับคนใหม่แล้วกลัวจะซ้ำรอยเดิม ลองทำดู แล้วส่งให้คนที่เธอกำลังสงสัยทำบ้างก็ได้ จะได้รู้ว่าใครกันแน่ที่ระแวงกว่า

เริ่มแบบทดสอบความไว้ใจ

ไม่ต้องสมัคร · แชร์ได้ทุกที่

1 ตอบ 10 คำถามสั้นๆ ตามความจริง
2 รู้ผลลัพธ์ทันที
3 แชร์แล้วดูว่าใครไว้ใจคนยากที่สุด

แบบทดสอบความไว้ใจเหมาะกับใคร แล้วมันวัดอะไรกันแน่

มันวัดว่าโดยนิสัยแล้วเธอตั้งต้นจากความเชื่อใจหรือจากความสงสัย ไม่ได้วัดว่าคนรอบตัวเธอไว้ใจได้แค่ไหน คนที่เคยโดนหักหลังมักได้คะแนนไปทางระวังตัว ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้าความระวังนั้นลามไปถึงคนที่ไม่เคยทำอะไรผิดเลย ความสัมพันธ์ใหม่ๆ ก็จะเหนื่อยทั้งสองฝ่าย

เหมาะกับคนที่กำลังคุยกับใครใหม่ๆ คู่รักที่ทะเลาะเรื่องมือถือบ่อย หรือคนที่อยากรู้ว่าตัวเองคิดมากเกินไปหรือเปล่า วัยรุ่นมัธยมถึงคนทำงานทำได้หมด เพราะสถานการณ์ในข้อคำถามเป็นเรื่องแชต เพื่อน และคำสัญญา ที่ทุกวัยเจอ

ภาพประกอบแบบทดสอบความไว้ใจ มีแม่กุญแจ ดวงตาคู่หนึ่ง ลูกกุญแจ และบอลลูนความคิด

ตอบคำถามแล้วระบบคิดคะแนนความไว้ใจยังไง

แต่ละข้อมี 4 ตัวเลือก เรียงจากไว้ใจที่สุดไปถึงระแวงที่สุด ตัวเลือกแรกได้ 0 คะแนน ตัวเลือกสุดท้ายได้ 3 คะแนน รวม 10 ข้อได้สูงสุด 30 คะแนน ถ้ารวมแล้วไม่เกิน 9 เธอคือใจเปิดกว้าง ช่วง 10 ถึง 19 คือระวังตัวแต่แฟร์ และตั้งแต่ 20 ขึ้นไปคือป้อมปราการเหล็ก

เคล็ดลับคือตอบตามสิ่งที่เธอทำจริงในครั้งล่าสุด ไม่ใช่สิ่งที่คิดว่าควรทำ เช่น ข้อที่ถามว่ามีกี่คนรู้รหัสปลดล็อกมือถือตัวจริงของเธอ ให้นับจริงๆ อย่าเพิ่งตอบว่าแฟนรู้ถ้าที่จริงเธอเปลี่ยนรหัสไปตั้งแต่เดือนก่อน

ในแบบทดสอบมีคำถามประมาณไหนบ้าง

คำถามทั้งหมดเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่ต้องตีความ ตัวอย่างเช่น

  • เพื่อนร่วมงานเสนอตัวช่วยทำสไลด์พรีเซนต์ให้ เธอดีใจ หรือสงสัยว่าเขาต้องการอะไรแน่
  • คนที่กำลังคุยกันหายไปทั้งคืนแล้วโผล่มาตอนเช้าว่าหลับไป เธอเชื่อหรือขอดูหลักฐาน
  • เพื่อนสนิทบอกว่าจะเก็บความลับเรื่องที่เธอชอบรุ่นพี่ เธอเล่าหมดหรือเล่าแค่ครึ่ง
  • มีคนทักว่าวันนี้แต่งตัวสวย เธอขอบคุณ หรือคิดว่าเขาจะมาขอยืมเงิน
  • ได้ยินข่าวลือว่าเพื่อนในแก๊งนินทาเธอ เธอไปถามตรงๆ หรือเงียบแล้วตีตัวออกห่าง

ผลลัพธ์แต่ละแบบต่างกันตรงไหน

ใจเปิดกว้างคือคนที่ให้โอกาสก่อนเสมอ เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ แต่ต้องระวังคนที่มาหาประโยชน์ ระวังตัวแต่แฟร์คือกลุ่มใหญ่ที่สุด ให้ความไว้ใจเป็นขั้นๆ ตามพฤติกรรมที่เห็น ส่วนป้อมปราการเหล็กคือคนที่กว่าจะเปิดใจต้องใช้เวลานาน และพลาดครั้งเดียวก็ปิดประตูทันที ข้อความผลลัพธ์จะไม่ตัดสินว่าแบบไหนดีกว่า แต่บอกว่าแต่ละแบบแลกมาด้วยอะไร

ทำไมคนไทยถึงชอบส่งแบบทดสอบความไว้ใจให้กัน

เพราะเรื่องความไว้ใจเป็นเรื่องที่ถามตรงๆ ไม่ได้ ไม่มีใครกล้าถามแฟนว่าทำไมไม่ให้ดูมือถือ แต่ส่งควิซไปในแชตแล้วบอกว่าลองทำดูสิ มันง่ายกว่าเยอะ ผลลัพธ์กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาที่ปกติไม่เกิด คู่รักหลายคู่ทำคู่กันตอนนั่งรอของในร้านหมูกระทะ แล้วใช้เวลาหลังจากนั้นคุยกันว่าทำไมอีกคนถึงได้ป้อมปราการเหล็ก

ในกลุ่มเพื่อนก็นิยมไม่แพ้กัน โดยเฉพาะหลังมีดราม่าในแก๊ง เช่น มีคนเอาเรื่องในกลุ่มไลน์ไปเล่าข้างนอก การส่งควิซนี้เข้ากลุ่มเป็นวิธีแซวกันแบบไม่ต้องชี้หน้าว่าใครปากโป้ง ถ้าอยากต่อยอด ลองเล่นแบบทดสอบความขี้หึงต่อ จะเห็นว่าความระแวงกับความหึงเกี่ยวกันแค่ไหน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแบบทดสอบความไว้ใจ

แบบทดสอบความไว้ใจใช้เวลานานไหม

ประมาณ 2 นาที มี 10 ข้อ ข้อละ 4 ตัวเลือก ไม่ต้องพิมพ์อะไรเอง แตะคำตอบแล้วไปข้อถัดไปได้เลย ผลลัพธ์ขึ้นทันทีหลังข้อสุดท้าย ไม่ต้องกรอกอีเมลหรือสมัครสมาชิกก่อนดูผล

ได้ผลป้อมปราการเหล็กแปลว่ามีปัญหาไหม

ไม่จำเป็น มันแปลว่าเธอให้ความไว้ใจช้าและถอนเร็ว ซึ่งมักเป็นผลจากประสบการณ์ที่เคยเจ็บมาก่อน ปัญหาจะเกิดก็ต่อเมื่อเธอเริ่มเหนื่อยกับการตรวจสอบทุกคน หรือคนใกล้ตัวเริ่มรู้สึกว่าทำยังไงก็ไม่พอ ถ้าถึงจุดนั้น การคุยกับใครสักคนที่รับฟังช่วยได้มากกว่าทำควิซซ้ำ

ทำไมแฟนกับฉันได้ผลต่างกันทั้งที่เจอเรื่องเดียวกัน

เพราะคนสองคนมองเหตุการณ์เดียวกันต่างกันได้ตามประวัติของแต่ละคน คนที่เคยโดนนอกใจจะตีความการตอบแชตช้าเป็นสัญญาณอันตราย ส่วนคนที่ไม่เคยเจอจะมองว่าเขาแค่ยุ่ง ผลที่ต่างกันเป็นเรื่องปกติ และเป็นเรื่องที่ควรเอามาคุยกันมากกว่าจะเถียงว่าใครถูก

ทำซ้ำแล้วผลจะเปลี่ยนไหม

เปลี่ยนได้ โดยเฉพาะถ้าช่วงนี้ชีวิตเพิ่งมีเรื่องใหญ่ ทำหลังเลิกกับแฟนใหม่ๆ กับทำหลังคบคนที่ดีมาครึ่งปี ผลอาจต่างกันคนละระดับ ลองทำซ้ำทุกสองสามเดือนแล้วจดไว้ จะเห็นว่าใจเธอค่อยๆ เปิดขึ้นหรือปิดลง

แบบทดสอบนี้เชื่อถือได้แค่ไหน

เป็นควิซเพื่อความสนุกและทบทวนตัวเอง ไม่ใช่เครื่องมือทางจิตวิทยาที่ผ่านการวิจัย คะแนนมาจากการตอบ 10 ข้อ ณ เวลานั้น ใช้เป็นกระจกส่องตัวเองคร่าวๆ ได้ แต่อย่าเอาไปใช้ตัดสินใครหรือใช้เป็นเหตุผลเลิกกับใคร

ส่งให้เพื่อนทำแล้วฉันจะเห็นคำตอบเขาไหม

ไม่เห็น แต่ละคนเห็นแค่ผลของตัวเอง และจะได้รับลิงก์แชร์ที่โชว์เฉพาะชื่อผลลัพธ์ เช่น ใจเปิดกว้าง ไม่ได้โชว์ว่าเขาตอบข้อไหนว่าอะไร อยากรู้ก็ต้องถามเขาเอง ซึ่งนั่นแหละคือความสนุกของมัน

ลองเล่นแบบทดสอบอื่นๆ ของเรา

ควิซทั้งหมด →